Run ทัตซึยะ Run (Taiyo no Kisetsu)

posted on 19 Apr 2009 00:32 by srclub in JCLUB
       สวัสดีครับ เกือบ 1 ปีแล้วนะครับที่ไม่ได้เข้ามาอัพบล็อคของตัวเองเลย  จริงๆแล้วหลังจากอัพบล็อค 1 litre เสร็จแล้วตัวผมเองได้มีโอกาสดูหนัง ดูซีรีย์ทั้งญี่ปุ่น ตะวันตก ดูอนิเมะมากมายแบบว่าคงมากมายจนเกินไปครับ เลยทำให้ไม่ค่อยมีเวลามาอัพบล็อคนี้เท่าไร  บางครั้งผมก็เข้ามาดูบ้างว่ามีใครคอมเมนต์อะไรเข้ามา บางทีก็ตอบช้าจนคนถามคงจะลืมไปแล้วก็มี แต่ทุกครั้งที่เข้ามาอ่านผมดีใจนะครับที่อย่างน้อยบล็อคเล็กๆบล็อคนี้มีคนเข้ามาอ่านทุกวันเลย (เคยบอกแล้วว่าแค่คุณหลงเข้ามาผมก็ดีใจแล้วครับ) ไม่ว่าคุณจะเป็นใครผมอยากจะบอกคุณว่า "รักมากมายครับ" (กรุณานึกว่าหน้าตาผมคล้ายบี้ก็ได้ครับจะได้อารมณ์ร่วมนิดหนึ่ง)


 
       วันนี้ผมกลับมากับการเล่าความประทับใจ (แน่นอนครับว่ามีสปอย) ในซีรีย์ญี่ปุ่นเรื่องล่าสุดที่ผมพึ่งจะดูจบเมื่อคืนเองครับเรื่องนี้ชื่อว่า Taiyo no Kisetsu หรือ Season of the Sun นำแสดงโดยพี่หล่อขั้นเมพขิงๆ ทัคกี้ Takizawa Hideaki  ต้องบอกก่อนว่าทีแรกไม่ได้ตั้งใจจะซื้อซีรีย์เรื่องนี้มาดูหรอกครับ แต่ไหนๆก็สั่งแล้ว ก็เลยสั่งมาให้คุ้มกับค่าโอนกับค่าไปรษณีย์หน่อย ต้องบอกว่าแม่ค้าคนที่ขายให้ผมก็คงจะงงเหมือนกันว่าเรื่องที่ส่งให้ผมนี้เรื่องอะไรกันแน่ เพราะปกดีวีดีก็เขียนชื่อหนึ่ง (Taiyo no uta อันนี้มั่วจริงๆเรื่องนี้เค้าจำได้นะเพราะเป็นเรื่องโปรดผมเอง...  รีวิวลงบล็อคนี้แล้วด้วย) ปกพลาสติกก็มีอยู่ชื่อหนึ่ง (ขีดชื่อไปๆมาๆ....อันนี้โกรธนะครับของซื้อของขายดันทำ        เหมือนไรท์แจกเพื่อน)  ชื่อที่บอกผมตอนแรกก็ชื่อหนึ่ง (Taiyou wa shizumanai ทัคกี้แสดงเหมือนกันครับแต่คนละเรื่อง) จนผมไปบรรลุด้วยตนเองตอนที่นั่งดูอยู่ว่าเรื่องนี้เค้าชื่อ Taiyo no kisetsu เน้อ (มีใครจะดูหนังทีแล้วต้องสับสนขนาดนี้ไหมครับ)  ซีรีย์เรื่องนี้ที่ผมได้มามี 3 แผ่นนะครับ   เห็นบางเจ้าขาย 6 แผ่นก็ไม่รู้ว่าของที่ผมได้มามันตกหล่นอะไรไปหรือเปล่า ไว้ค่อยหาข้อมูลกันต่อไป    ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าตอนที่ผมดูซีรีย์เรื่องนี้ผมดีใจมากที่เรื่องนี้มีแค่ 3 แผ่น เพราะผมอยากให้เรื่องราวมันถึงตอนจบเร็วๆครับ มันทรมาน มันอึดอึด มันคับค้องใจ มันเป็นงึกๆๆ มันเป็นยังไงตามผมมาติดๆครับ
       ต้องบอกว่าซีรีย์เรื่องนี้ผมยกให้เป็นซีรีย์ในดวงใจอีกเรื่องหนึ่งในชีวิตผมที่มีโอกาสได้ดูเลยครับ ดูแล้วชอบมากๆแม้ว่าตอนที่ดูจะเหนื่อยนิดหนึ่ง เพราะต้องนั่งลุ้นมันจะจนเกร็งแทบทุกตอน (อีกเรื่องที่เหนื่อยพอกันคือ prison break) เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของ ทซึคาวะ ทัตซึยะ (แสดงโดย Takizawa Hideaki) ซึ่งใช้ชีวิตอยู่กับกลุ่มเพื่อนมหาวิทยาลัยในแวดวงสังคมไฮโซ แต่แท้ที่จริงแล้วทัตซึยะเองมาจากครอบครัวที่ยากจนเนื่องมาจากพ่อของเค้าฆ่าตัวตายเนื่องมาจากปัญหาหนี้สินในขณะที่เค้ายังเด็ก เค้ามีเป้าหมายที่จะแก้แค้น ชินจิ (Takaoka Sousuke) ซึ่งเป็นลูกชายของเจ้าของธนาคารแห่งหนึ่งซึ่งเคยไม่อนุมัติสินเชื่อให้กับพ่อของทัตซึยะ ทำให้โรงงานของพ่อทัตซึยะต้องประสบปัญหาล้มละลายจนกระทั่งพ่อต้องฆ่าตัวตายจากไป ทัตซึยะคิดที่จะตีสนิท แย่งชิง และหักหลังให้ชินจิและกลุ่มเพื่อนที่เกิดมาบนกองเงินกองทองได้รู้จักกับคำว่า "เสียใจและผิดหวัง" เหมือนกับเค้าและแม่เคยได้รับมา ขณะที่เค้ากำลังสร้างภาพหลอกลวงกลุ่มเพื่อนโดยการแต่งเรื่องขึ้นมาต่างๆมากมายบนความสับสนและความทุกข์ของจิตใจที่เค้าต้องแบกรับภาระและปมปัญหาที่ตนเองมัดขึ้นมาจนหาทางแก้ไขไม่ได้ เค้าก็ได้พบกับ อิซุมิ เอย์โกะ (Ikewaki Chizuru) สาวน้อยนักเปียโนซึ่งขาพิการจากอุบัติเหตุแต่จิตใจของเธอนั้นบริสุทธิ์เหมือนกับแสงตะวันที่ส่องแสงให้กับจิตใจของทัตซึยะที่กำลังจมอยู่ในความมืดมิด เธอทำให้ทัตซึยะ (และผมเอง) รู้จักซึมซับกับบรรยากาศและธรรมชาติรอบๆตัว "การเดินช้าๆนี้มันก็ดีนะ มันทำให้ฉันเห็นความสวยงาม ความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ" (มาถึงตอนนี้ละใจผม "กึก" เลยครับ.........อย่างที่เธอว่าจริงๆ) เอย์โกะมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของทัตซึยะที่อยู่เบื้องหลังหน้ากากหลายร้อยใบที่ทัตซึยะสวมอยู่ ความอ่อนโยน การเอาใจใส่ผู้อื่น สิ่งเหล่านี้คือตัวตนที่เค้าเคยมี หรือว่ามันมลายหายไปจากเค้าแล้ว    เอย์โกะจะค่อยๆก้าวทีละก้าว ส่วนทัตซึยะจะวิ่ง วิ่ง แล้วก็วิ่งอย่างเดียว  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ดีใจ เสียใจ เกิดปัญหา เผชิญกับปัญหา ทัตซึยะจะวิ่งอยู่เสมอๆ   จนกระทั่งโค้ชของทีมวิ่งพลัดมหาวิทยาลัยบอกว่าที่ทัตซึยะวิ่งเร็วกว่าคนอื่นก็เพระเค้าเหมือนกันวิ่งหนีอะไรบางอย่างอยู่  บางครั้งทัตซึยะพยายามหาคำตอบให้กับตนเองว่าจุดหมายที่แท้จริงของเค้าคืออะไร  เค้าหวังว่าการที่เค้าวิ่งไปเรื่อยๆจะทำให้เค้าเจอกับคำตอบในสักวัน...............จนทำให้พวกเราคนดูต้องมาเอาใจช่วยอย่างสุดฤทธิ์เลยละครับว่าทัตซึยะของเราจะวิ่งไปในถนนเส้นไหน เรื่องราวจะวนเวียนอยู่กับความสุข ความทุกข์ การหักหลัง การถูกหักหลัง ซึ่งผลต่างๆที่เกิดในเรื่องนั้นมันตอบโจทย์ได้ดีว่าผลกรรมนั้นเกิดจากการกระทำจริงๆ  บางครั้งเรารู้ว่าเรื่องราวต่อไปจะเป็นอย่างไรแต่ตัวเราเองกลับไม่ห้ามใจตัวเราเองปล่อยชีวิตให้ถล้ำลึกลงไปจนกลับตัวไม่ได้ และบางครั้งกว่าเราจะรู้และเข้าใจอย่างท่องแท้แน่นอนเราก็ต้องผ่านเรื่องราวที่ผิดหวัง สูญเสียและทรมานด้วยตนเองเสียก่อน.........กว่าเราจะเข้มแข็งกว่าเมื่อวานได้        ผมอยากให้พวกเราได้ดูซีรีย์เรื่องนี้กันครับ

            



       เล่ามากกว่านี้ก็คงไม่ต้องดูละครับ ไปลองหาชมแล้วมาแบ่งปันประสบการณ์กันแล้วกันครับ
       เรื่องแรกที่อยากจะบอกคือ "นางเอก" ของเราครับ อยากจะบอกว่าผมไม่เคยรู้จักเธอมาก่อนเลย Ikewaki chizuru แวบแรกที่เห็นเธอนั้นสาบานเลยว่าผมสบถในใจว่าเธอไม่สวยจริงๆ แถมมาแสดงเป็นคนพิการอีก ไปๆมาๆ ประกายของเธอก็เจิดจรัสขึ้นเรื่อยๆตามบทที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ (เธอสวย ทุกนาทีที่เคยสัมผัส) หลุมของเธอกว้างขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งผมตกลงไปแล้วหัวขมำขึ้นมาไม่ได้มาจนถึงบัดนี้ ยอมให้เธอคนหนึ่งเลยครับ เธอแสดงได้สุดยอดเลยจริงๆ จนกระทั่งผมทนไม่ได้โทรไปบอกแฟนผมว่าตัวเองช่วยเป็นเหมือนนางเอกในเรื่องนี้หน่อยสิ (นิสัยนะครับ) สุดท้ายผมเลยโดนแฟนโกรธเลย 55 + ผมคิดว่าคุณผู้ชาย 100 ทั้งร้อยต้องเห็นเธอเป็นแม่เทพธิดาเลยจริงๆ คนอะไรอยากอยู่ใกล้เธอจริงๆ (ช่วยมาเป็นแสงสว่างในใจผมด้วยคนครับ) ผมคิดว่าเธอแสดงได้เข้ากับทัคกี้มาเลยนะครับ ประมาณว่าเคมีเข้ากันมากเลย (ใครมันคิดคำนี้เนี่ย) อยากให้คู่นี้แสดงละครด้วยกันอีกแบบละครรักโรแมนติคสักเรื่องก็คงจะดีมาก.....ไม่รู้ว่าคนญี่ปุ่นเค้ามีใครคิดเหมือนผมบ้างเน้อ



        เรื่องต่อมาผมว่าบทของเค้าดีมากนะครับ  บางทีมันก็เหมือนไม่มีเหตุผล แต่ชีวิตจริงของพวกเราหลายคนก็คงมีหลายเรื่องที่มันไม่ต้องมีเหตุผล ไม่มีที่มาที่ไป มันก็เกิดขึ้นได้ใช่ไหมครับ บางทีผมคิด "ตูไม่เข้าใจบักทัตซึยะเลยบะเฮ่ย" แต่คิดไปคิดมา "ทัตซึยะมันเข้าใจตัวเองหรือยังง่ะ" อันนี้สิน่าคิด บางทีเราไปตัดสินแล้วว่าเราเข้าใจเค้า แต่ชีวิตคนมันมีหลายมุมมากครับ บางทีเค้ายังไม่เค้าใจตัวเองเลยแล้วเราจะเก่งมาจากไหนไปเข้าใจเค้าอย่างถ่องแท้ครับ  บทที่เค้าเขียนออกมานั้นดีมากๆเลยครับ รองรับตัวละครทุกตัว ไม่มีตัวไหนตกหล่นเลยในตอนสุดท้าย แถมยังค่อยๆคลายปมให้อีก คลาสิคจริงๆครับมุมมองของละครบ้านเค้า มันจะตัวรับ ตัวส่ง ตัวคลี่ปม ตัวเฉลย ตัวนำความเปลี่ยนแปลง ที่สำคัญที่ผมชอบเรื่องนี้คือมีร่างแยกที่เป็นกระจกสะท้อนของทัตซึยะแบบว่าเปรียบเทียบเผชิญหน้ากันบดกันไปคู่คี่จนจบเรื่องเลยนะครับ (คิดไปคิดมาน่าจะมีตั้ง 2 ร่างนะครับคือผู้จัดการที่เหมือนความละโมบของทัตซึยะ กับชินจิที่เหมือนสิ่งที่ทัตซึยะเคยเป็นในวัยเด็ก)
        อีกเรื่องที่ผมว่าสุดยอดคือ "เพลง ost" ครับ  ผมฟังไม่ออกนะ แต่ผมเข้าใจว่าเพลงมันต้องการสื่ออารมณ์อะไรออกมา  ยิ่งถ้าเรามาดูคำแปลแล้วจะยิ่งเข้าใจธีมของละครมากขึ้นครับ ผมดูมิวสิคท้ายเรื่องแทบทุกครั้งเลยเพราะยิ่งเมื่อเราดูจบไปแต่ละตอนๆ เราก็จะเข้าใจความหมายของเพลงนั้นมากขึ้นๆ (มิวสิควิดีโอเรื้องนี้สวยสุดยอดครับ)

       ครับซีรีย์เรื่องนี้มีประเด็นอะไรให้ขบคิดมากมาย บอกเลยนะครับว่าตอนที่ดูอาจจะเครียดหน่อย เพราะว่ามันไม่ใช่ซีรีย์สนุกกุ๊กกิ๊กๆ เหมือนเรื่องอื่นๆในตลาด  ห่วงว่าหลายคนจะไม่ทนดูจนจบครับ อย่างผมเนี่ย อัดแผ่น 2 - 3 ต่อกันเลยคืนเดียวรวด เพราะอยากรู้ว่าแต่ละคนจะมีบทสรุปอย่างไร...............เป็นซีรีย์ที่แนะนำ "ต้องดู" เลยครับ  (เออแต่ผมว่าคุณผู้ชมน่าจะอายุ 18+ นะครับถึงจะเหมาะสมกับเนื้อหาบางส่วนในเรื่องครับ)
       ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก คุณมารีออง ครับ (บางทีนึกชื่อตัวละครไม่ค่อยออกจริงๆ ในบล็อคคุณมารีอองมี ost ของซีรีย์เรื่องนี้ให้ฟังด้วยนะครับ)
       ปล. ขออภัยคนโมที่ไม่ได้ซื้อจากคนโมโดยตรง (ช่วงนี้ของแท้คนโมทำเอาผมแทบสิ้นเนื้อประดาตัวเหมือนกัน) ตอนนี้หาคนโมเจอแล้ว ค่อยติดต่อซื้อ boxset ทีหลังครับ
       ปล2. มีใครอยากวิ่งไปกับหนุ่มทัคกี้ไหมครับ
      

      ขอบคุณผู้อ่านทุกคนครับ

Comment

Comment:

Tweet

ไม่รู้กี่ปีผ่านไปละ

วันนี้พึ่งเลิกเล่นเกม จะนอนอ่านการตูน หาอะไรทำ

มาเจอบล็อคที่ตัวเองเคยเขียนไว้

คิดถึงตัวผมคนนั้นจังครับ big smile

#2 By ruz on 2011-07-17 03:06

ชักอยากดู.....

นางเอกหน้่าไม่คุ้นจริงๆ ด้วยขันน้ำ ขันน้ำ

#1 By wesong on 2009-04-19 09:39

Categories