รู้สึกอิ่มเอิบ แฮปปี้ มีความสุขจริงๆเลยครับในช่วงนี้  สำหรับสาวกชาวซีรีย์ญี่ปุ่นที่สถานีโทรทัศน์ TPBS ได้นำซีรีย์เรื่องเยี่ยม 1 lite of tears มาฉายตั้งแต่วันจันทร์ที่ 5 พ.ค.2551 เป็นต้นไปโดยจะออนแอร์ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 จริงๆแล้วแฟนเดนตายหลายๆท่านรวมถึงตัวผมเองก็อาจจะไม่เดือดร้อนนักในการหาซีรีย์ญีปุ่นมาชม เพราะยังไงสำหรับตัวผมถึงฟรีทีวีไม่ฉายเรื่องนี้ ผมก็ยังจะซื้อดีวีดีมานอนกอดเชยชมเป็นเจ้าของอยู่ดี แต่การที่ฟรีทีวีโดยเฉพาะ TPBS เจ้าเก่าเจ้าแก่ที่นำซีรีย์ญีปุ่นมาฉายตั้งแต่เปิดสถานี itv (คิดถึงจัง) นำซีรีย์ญี่ปุ่นมาฉายอีกครั้งมันทำให้หัวจิตหัวใจของกระผมกระชุ่มกระชวยขึ้นมาในทันใดเพราะอย่างน้อยผมก็อยากให้คนอื่นๆที่ไม่มีโอกาสเข้าถึง dvd ได้ชมและซึมซับอะไรดีๆจากซีรีย์ญี่ปุ่นบ้าง แต่ถ้าให้กระแสบูมแบบซีรีย์เกาหลีผมก็ไม่ยินดีเหมือนกันนะ อยากชื่นชมกันแบบคนกันเอง รู้กันเฉพาะคนที่ชอบจริงๆแบบนี้ดีกว่า วันก่อนมีคนตั้งกระทู้ถามในพันทิบว่าถ้าซีรีย์ญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่อง วิธีการนำเสนอ ฯลฯ ให้กระชับขึ้นจะเป็นยังไง ? (ประมาณว่าจะดังเปรี้ยงแบบซีรีย์เกาหลีไหม) ผมก็ได้แต่ส่ายหัว

"พี่จะอยากเปลี่ยนเค้าทำไมครับ ของเค้าดีแบบนี้อยู่แล้ว (กุชอบของกูโวยขอสวมวิญญาณริเซ่) "

          ช่างคิดอะไรได้ล่อเป้าล่อทีนดีแท้
          จริงๆแล้วตัวผมก็ยังไม่มีโอกาสได้ดูซีรีย์เรื่องนี้เลยนะครับเพราะว่าช่วงนี้หนักไปทางกอบกู้โลกกับ Heroes และเอาใจช่วยสองสิงห์พี่น้องไมเคิลและลิงค์แหกคุกใน prison break โคตรซีรีย์ที่สนุกจนต้องนอนดึกทุกคืน จนล่าสุดก็พึ่งจะได้ดูซีรีย์ญี่ปุ่นเรื่อง Tsubasa no Oreta Tenshi Tachi  หรือชื่อภาษาไทย "เหล่าเทพธิดาผู้สูญเสียปีกแห่งความฝัน" (ขอกราบงามๆแก่คนตั้งชื่อครับ เรียนเชิญบริษัทหนังมาจ้างเค้าไปตั้งชื่อหนังฮอลลี่วู้ดที่มาฉายในไทยด่วน ก่อนที่หนังบ้านเราจะมีแต่ ฟัด ฟัด อะไรเถือกนั้น) เลยไม่ถึงคิว 1 litre สักทีครับ ก็เลยจะดูไปพร้อมๆกับพวกเราๆที่ไม่เคยดูมาก่อนนั้นแหละครับ แต่ขอบอกว่าเรื่อง 1 litre นี้แค่ยืนดูโมษณาก็รู้สึกขนลุก ซู่ซ่า เข้าสู่โหมด "ตกหลุมรัก" ขึ้นมาทันที (เข้าใจโหมดนี้ไหมครับ คืออะไรก็มีความสุข ยิ้ม อิน รูขุมขนเปิดกว้าง ประสาทสัมผัสทำงานทุกส่วน 120%) ที่สำคัญคือซีรีย์เรื่องนี้นางเอกคือสุดยอดขวัญใจตลอดกาลของผม "เอริกะ ซาวาจิริ" แม่นางคนดีจากซีรีย์ A song to the sun นั้นเอง (เพลงที่เธอร้องพร้อมกับโซโล่กีตาร์ในหนังคือเสียงเรียกเข้าของมือถือผมเอง)

คราวกระโน้นเธอป่วยเป็นโรคอะไรเชิญกลับไปอ่าน entry เก่าๆของผมเอง แต่มาใน 1 litre นี้เธอป่วยเป็นโรค spinocerebellar degeneration   ซึ่งน่าจะประมาณสมองส่วนการรับรู้เสื่อม เช่นค่อยๆสูญเสียความสามารถในการทรงตัว การกะระยะเช่นหยิบจับสิ่งของ จนสุดท้ายการทำงานของร่างกายก็เริ่มจะเสื่อมลงเรื่อยๆในที่สุด (ใครช่างให้น้องเอริกะมาแสดงบทรันทดแบบนี้อีกแล้ว......แต่ยังไงผมก็ชอบเธอจ้า) ฟังเนื้อเรื่องแค่นี้แล้วถ้าเอามาทำเป็นละครไทยมีหวังน้ำเน่ายังไม่พอแต่ต้องเป็นทะเลเน่าเลยปานนั้น.....สะใจคุณหรือยังคาวี   แต่ขอรับประกันเลยครับ บทละครของญี่ปุ่นเค้าจะมีอะไรมาสอดแทรก support อยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะการให้ความหวังกับชีวิตและการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างไรในวินาทีต่อจากนี้ (โธ่....อีเย็น แกจะอยู่เยี่ยงไร) ฟังได้จากทุกเสียงการตอบรับของผู้ที่มีโอกาสได้ชมซีรีย์เรื่องนี้แล้วยกให้เป็นซีรีย์ที่เป็นกำลังใจแก่ชีวิตทีดีที่สุดอีกเรื่องหนึ่งของซีรีย์ญี่ปุ่น  ผมจึงอยากให้คูณๆได้มีโอกาสชมและซึมซับสิ่งดีๆจากซีรีย์เรื่องนี้ไปพร้อมๆกันครับ


สิ่งที่คุณควรทราบ
1. เพลงธีมของซีรีย์เรื่องนี้ชื่อว่า "only human" ร้องโดย K นักร้องเกาหลี (ทำ link ให้ที่ชื่อแล้วนะ) ที่มาเอาดีในแดนปลาดิบจนแฟนๆมอบฉายาว่า a voice from heaven และเคยฝากเสียงเพราะๆแล้วไว้กับซีรีย์เรื่อง H2  ผมขอบบอกว่าถึงฟังไม่ออกแต่อยากจะบอกว่า "ซึ้ง"  (จัด จา ดา ด้า...วู้)
2. ผมรัก เอริกะ ซาวาจิริ ครับ
3. ถ้าทำใจกับข้อ 2 ได้แล้ว อยากจะบอกว่าซีรีย์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากเรื่องจริงของหญิงสาวผู้เขียนไดอารี่ "1 litre of tears" คิโตะ อายะ ซึ่งได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเธอและมีคุณแม่ คิโตะ ชิโอกะ นำมาบันทึกเพิ่มและมีผู้ติดต่อขอนำไปตีพิมพ์จนกลายเป็นหนังสือระดับ best seller ก่อนที่จะนำมาถ่ายทอดออกมาเป็นซีรีย์ญี่ปุ่นให้พวกเราได้ร้องไห้ฮือๆกัน
4. ไดอารี่ทั้งหมดของอายะมีทั้งหมด 46 เล่ม โดยมีวลีน้อยๆแต่กระแทกใจคือ "ทำไมโรคนี้ถึงเลือกฉัน" หรือ "ฉันมีชีวิตต่อเพื่ออะไรกันนะ" ทำให้ผมคิดว่าหนังสือเล่มนี้ก็คงกระชากต่อมน้ำตาให้แตกได้ง่ายๆไม่แพ้กับฉบับซีรีย์ (ขออาสาวัดระดับน้ำตาเองว่าซีรีย์กับหนังสืออันไหนจะฮือมากกว่ากัน.....แต่รอนานหน่อยนะ)

อย่าลืมติดตามซีรีย์นี้ไปพร้อมๆกันแล้วเราค่อยมาแชร์ความรู้สึกร่วมกันนะครับ  ขอบคุณทุกคนที่ติดตามครับ

 


ปล. 1.ใครอยากจะอินล่วงหน้าเชิญได้ที่ "ยูตูบ" นะครับ ส่วนใครจะโดนบลอคไม่ให้เปิดยูตูบก็ติดต่อหลังไมค์นะครับ จะบอกวิธีให้
2. จริงๆอยากจะเขียน entry เรื่อง "เหล่าเทพธิดาฯ" ก่อนนะครับ แต่ดันลืมเอาดีวีดีไว้ที่บ้านพักที่ทำงานนู้น ข้อมูลสำคัญเลยไม่ครบ เชิญติดตามได้ในโอกาสต่อไป (เรื่อยๆ) นะครับ
3. ดีใจที่กลับมาเขียน entry เกี่ยวกับซีรีย์ญี่ปุ่นครับ

Comment

Comment:

Tweet

รดน้ำให้บล็อคตัวเองหน่อย เฮงๆๆๆๆๆ

ไว้ว่างๆพ่อจะกลับมาอัพนะลูก ขันน้ำ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ

#17 By ruz on 2009-04-14 18:17

น้องแนนครับ เมลพี่ rutiruz@hotmail.com น้องมีไรเมลมาเลยครับ จะได้คุยกันเรื่องซีรีย์ด้วย

#16 By ruz on 2008-12-05 03:28

ดีใจจัง จำกันได้ด้วย ^^

อยากเปลี่ยนแฟนแต่พี่อุ๊แกไม่อนุมัติสักที
^
^
^
พี่อุ๊เข้ามาอ่าบล็อกไหมคะ พี่รุตเค้าว่างี้อ่ะ ฮ่าๆๆๆ

แนนทำเบอร์พี่องคนหายไปแล้ว โทรศัพท์หาย T_T
nunan123@hotmail.com
ทิ้งเบอร์ไว้ในเมลล์ให้หน่อยนะคะ หรือว่าแอดเอ็มก็ได้ค่ะ
เผื่อเราจะมีธุรกิจร่วมกัน อิอิ


#15 By nunan123 (118.172.35.131) on 2008-10-26 04:07

ฮัลโหลๆ จำได้สิครับน้องแนน (แต่เจอหน้ากันอาจมีเดินสวนเฉยเลย)
อย่าน้องว่าแหละครับดูแล้วเหนื่อยจริงๆ ร้องไห้จนหอบแต่มีความสุขครับ

ปล.พี่รุตกับพี่อุ๊นะครับ อยากเปลี่ยนแฟนแต่พี่อุ๊แกไม่อนุมัติสักที

#14 By ruz on 2008-10-25 02:15

ฮัลโหลๆ จำแนนได้ไหมคะ??
ตั้งแต่ถนนคนเดินในมอหายไป เราก็ไม่ได้ปะหน้ากันเลย
สงสัยจะนานเกิน แอบลืมชื่อพีสองคน เลย แหะๆๆ
ฝากความคิดถึงถึงพี่สาวคนนั้นด้วยนะคะ

เรื่องนี้เป็นเรื่องทีดูได้รอบเดียวจริงๆ ดูแล้วเหนื่อยมาก
ร้องไห้ตัวโยนเลย ดูเสร็จเก็บเข้ากรุ สัญญากับตัวเองว่าจะไม่หยิบมาดูอีกเด็ดขาด ไม่อยากตาบวมไปเรียน

นางฟ้าปีกหักยังไม่ได้ดูเลยค่ะ ลืมแผ่นไว้ที่บ้าน จนตอนนี้ก็ยังไม่ได้ดูเลย

#13 By nunan123 (แนนเองค่ะ) (118.172.100.109) on 2008-10-20 12:07

สรุปว่าร้องไห้ทุกตอนเลยผม ทำสถิติเลยจริงๆ คุยกับเพื่อนที่ทำงานอยู่ว่าถ้าดูติดกันรวดเดียวตาถ้าจะบวมฉึงเลยนะครับ เป็นซีรีย์แห่งกำลังใจอย่างที่เค้าว่ากันจริงๆ big smile

#12 By ruz on 2008-06-15 01:17

รู้สึกยินดีมากๆที่ น้ำตาหนึ่งลิตร ได้มาฉายในไทย
ถึงจะร้องไห้ทุกตอนที่ดู
แต่ก็เป็นการร้องไห้ที่เต็มไปด้วยความประทับใจและซึ้ง
เป็นซีรีส์ที่สุดยอดมากๆ ประมาณว่าอยากให้ใครต่อใครได้ดูกันจริงๆนะคะ

อ่อ เห็นว่ามีกระทู้ในพันทิพพูดถึงซีรีส์ญี่ปุ่น ว่าน่าจะให้กระชับขึ้นเหรอ embarrassed ฉันว่าไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนมาบอกแบบนี้ เพราะในความเป็นจริงแล้ว ฉันว่าถ้าเทียบซีรีส์จากย่านเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นเกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง จีน หรือไทย ซีรีส์ญี่ปุ่นเนี่ยมีการเล่าเรื่องที่แสนจะกระชับมากที่สุดแล้วนา เพราะต้องเล่าภายในตอนสักไม่เกิน 12 ตอน เรื่องก็ออกจะเดินฉับๆ ไม่น่าเบื่อดีออกนะ (ถ้าเรื่องที่สนุกๆน่ะ)

#11 By cotton (58.9.158.137) on 2008-05-11 16:58

เมื่อคืนวันแรกก็หลายลิตรแล้วครับ เป็นซีรีย์ที่ดีจริงๆ ต้องขอบใจ TPBS ด้วยครับที่ฉายแบบนอนสตอป 1 ชั่วโมงรวดไม่มีโฆษณาเลย สุดยอดครับcry

#10 By ruz on 2008-05-06 17:28

ชอบมากตอนนี้กะลังอินเลยนะเนี่ย..ตามดูๆconfused smile

#9 By มะเหมี่ยว on 2008-05-06 09:52

ดีใจเหมือนกันค่ะที่ได้ฉายฟรีทีวีแม้ว่าเราจะเคยดูแล้วก็เหอะ
อยากให้ทุกๆคนบนโลกนี้ได้ดูเลยล่ะ 555 จริงๆนะ เป็นซีรีย์ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยดูมาเลย cry

พอจบตอนแล้วเพลงขึ้น มีภาพอายะซังตัวจริงทีไร น้ำตาไหลทุกที

#8 By ::Materia Hunter:: on 2008-05-05 00:50

เห็นรีวิวใน tv แหม็บๆครับ

น่าดูเหมือนกัน...big smile

#7 By robocon on 2008-05-04 23:13

เรื่องนี้ดูไปถึงตอนที่ 7 เองอ่ะค่ะ
ว่าจะดูต่อ
เศร้ามากมาย น้ำตาร่วงเป็นแถบๆจริงๆ

TTATT

#6 By + Amm + :D on 2008-05-04 22:54

ควรชมอย่างยิ่งconfused smile

#5 By wesong on 2008-05-04 22:48

ผมก็อยากจะบอกว่าที่ผมยังไม่ได้ดู (และสั่งซื้อนั้น) เพราะผมยังไม่อยากร้องไห้เช่นกัน แต่เมื่อเค้ามาเสริฟถึงบ้านแล้วก็เอาไงเอากัน ร้องก็ร้องครับ

#4 By ruz on 2008-05-04 22:12

ขอบคุณที่แวะไปที่บล๊อกนะคะ (ถึงช่วงนี้จะไม่ค่อยมีอะไรอัพเดตก็ตาม)

1 ลิตร นี่เราซื้อแผ่นมาเกือบปีแล้วแต่ยังไม่ได้ดูเลย

ด้วยความที่ยังไม่อยากร้องไห้เลยส่งแผ่นให้คนรอบตัวดูไปก่อน (พิลึกแฮะเรา)

ล่าสุดที่น้องกับแม่ที่บ้านก็ตกหลุมรักเรื่องนี้อีกคนแล้วค่ะ ถึงขนาดถามหา ost. เลย ^^

#3 By Akaba (58.137.54.35) on 2008-05-04 22:09

แปลว่าอะไรกระผมต้องคอยติดตามครับ

#2 By ruz on 2008-05-04 21:16

เรื่องนี้สุดยอดมาก ทำเอาน้ำตาร่วงเป้นสายเลยทีเดียว
โคตรชอบเลยครับท่าน แบบว่ากำลังใจพี่แกสุดยอด
ดูเรื่องนี้แล้วติดพูดภาษาญี่ปุ่นอยู่2-3วัน กร๊ากก
โดยเฉพาะคำว่า เดโมะวาตาชิเนะ... sad smile

#1 By reiya on 2008-05-04 21:06

Categories